ต่อมลูกหมากโตเป็นยังไงน่ากลัวแค่ไหนครับคุณหมอ

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 4.0/5 (1 vote cast)

ต่อมลูกหมาก เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์เพศชาย ลักษณะเป็นก้อนขนาดราวๆลูกเกาลัด ล้อมท่อปัสสาวะส่วนต้น (อยู่ถัดจากด้านล่างของกระเพาะปัสสาวะ) คนละส่วนกับลูกอัณฑะ ซึ่งอยู่ในถุงอัณฑะข้างนอก ดังนั้น การตรวจคลำต่อมลูกหมาก จึงต้องตรวจโดยการใช้นิ้ว หรืออุปกรณ์สอดทางทวารหนัก

เมื่อผู้ชายมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ต่อมลูกหมากจะมีการโตขึ้น แต่ส่วนมากจะแสดงอาการภายหลังอายุ 50 ปีไปแล้ว บางคนอาการมาก บางคนอาการน้อย และเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดอาการ และความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้น

ตรวจหาอาการต่อมลูกหมากโต

อาการของโรคต่อมลูกหมากโต เกิดจากเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น จนกดเบียดให้ท่อปัสสาวะส่วนต้น (ที่ต่อมลูกหมากล้อมรอบอยู่) แคบลง เกิดแรงเสียดทานในท่อปัสสาวะ ทำให้การปัสสาวะยุ่งยากขึ้น อาการที่แสดงจะมี 2 พวก

1. อาการระคายเคือง ได้แก่

• ปัสสาวะบ่อยทั้งเวลากลางวันและค่ำคืน

• ปัสสาวะต้องรีบ ยับยั้งไม่ได้นาน

• ปัสสาวะเล็ดและราดเวลาปวดปัสสาวะ

• อาการปัสสาวะไม่สุด รู้สึกเหมือนว่ายังมีปัสสาวะค้างอยู่

2. อาการอุดกั้น เช่น

• ปัสสาวะต้องเบ่ง

• ปัสสาวะต้องรอ ไม่ออกทันที

• ปัสสาวะหยุดเป็นช่วงๆ

• ปัสสาวะพุ่งไม่แรง

• ปัสสาวะหยดๆ ตอนท้ายของการปัสสาวะ

โรคนี้รุนแรงมากไหมครับหมอ

โรคต่อมลูกหมากโต จัดเป็นโรคเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ดังนั้น โดยตัวของโรคเองไม่ถือว่าหนัก ผู้ป่วยที่มีอาการข้างต้น มักมีปัญหาเกี่ยวกับการพักผ่อน ความหวั่นวิตก รวมไปถึงการรบกวนชีวิตประจำวัน และการเข้าสังคม

ในกรณีที่อาการของโรคสาหัสมากขึ้น จนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อและอักเสบของทางเดินปัสสาวะ การเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และการเสื่อมการทำงานของไต ถือเป็นอันตราย และเป็นข้อบ่งชี้ที่จะต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข

อันตรายอย่างหนึ่งที่ควรระวัง คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งพบได้ในผู้ชายสูงอายุเช่นกัน ผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจมีอาการคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโต เมื่อไม่ได้รับการตรวจและรักษาที่ถูกต้อง ก็เป็นการเปิดโอกาสให้มะเร็งลุกลามไปได้

ได้เวลาไปหาหมอ

ดังนั้นชายที่มีอายุ 40-50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี รวมถึงการตรวจต่อมลูกหมาก โดยการตรวจทางทวารหนักและการเจาะเลือด เพื่อดูค่าบางอย่างที่เกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เพื่อเป็นการป้องกันแต่เนิ่นๆ

ในรายที่มีอาการผิดปรกติ ดังที่กล่าวข้างต้น ควรเข้ารับการตรวจรักษา และรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะโรคระบบทางเดินปัสสาวะ

วิธีรักษาพยาบาล

แพทย์จะให้การรักษาตามความรุนแรงของอาการผู้ป่วยแต่ละคน โดยแบ่งเป็น 3 วิธี

1. การเฝ้าระวัง ผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย แพทย์จะแนะนำให้สังเกตอาการและปรับพฤติกรรมดังนี้

• ลดน้ำดื่มหลังอาหารเย็น และก่อนนอน

• พยายามไม่ให้ท้องผูก

• หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือชากาแฟ

• เลี่ยงยาลดน้ำมูกบางตัวที่มีผลกับการปัสสาวะ

2. การใช้ยา ซึ่งจะมี 2 กลุ่มหลัก คือ

• ยากลุ่มต้านอัลฟ่า ที่ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อรอบต่อมลูกหมาก ทำให้ท่อปัสสาวะที่ตีบแคบขยายกว้างขึ้น ทำให้ปัสสาวะสะดวกขึ้น

• ยากลุ่มต่อต้านเอนไซม์ที่มีผลต่อการโตของต่อมลูกหมาก ซึ่งจะมีผลยับยั้งต่อมลูกหมากไม่ให้โตขึ้น และถ้าใช้เป็นเวลานาน 6 เดือนขึ้นไป จะมีผลให้ต่อมลูกหมากมีขนาดลดลงในระดับหนึ่ง

3. การผ่าตัดต่อมลูกหมาก โดยการส่องกล้องผ่านทางท่อปัสสาวะ สำหรับข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดคือ

• ปัสสาวะไม่ออก (ต้องใส่สายสวนปัสสาวะ)

• มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

• มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหลายครั้ง

• ไตเสื่อมการทำงานซึ่งเป็นผลจากการอุดตัน

ข้อควรรู้ในการปฏิบัติตัว

• ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ที่บ่งบอกว่า การมีเพศสัมพันธ์ที่มากหรือน้อย จะมีผลต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต

• ผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย ดังนั้นการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ และอาหารฟาสต์ฟู้ด และการรับประทานอาหารที่ปรุงจากธัญพืช เช่น ถั่วเหลือง งา เมล็ดฟักทอง น้ำมันรำข้าว มะเขือเทศ จะช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และช่วยให้สุขภาพแข็งแรงดีขึ้น

• เมื่อมีอาการผิดปรกติเกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำหรือรับการรักษาอย่างถูกต้อง

ท่านใดที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต ทางเราแนะนำยาสมุนไพรจีนที่มีชื่อว่า ยาแท็กก้า ซึ่งเป็นยาสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณช่วยแก้หรือรักษาโรคต่อมลูกหมากโตได้เป็นอย่างดี จากอ.ทศพร ตาทิพย์ ซึ่งมีชื่อเสียงมาจาก ยาเกร็กคู และได้รับความนิยมเป็นอย่างดีในทุกวันนี้

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: +1 (from 1 vote)
ต่อมลูกหมากโตเป็นยังไงน่ากลัวแค่ไหนครับคุณหมอ, 4.0 out of 5 based on 1 rating